นิรภัยภาคพื้น

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ อัตราการเกิดอุบัติเหตุในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เกิดสูงขึ้น ในปี ค.ศ.๑๙๔๘ ส่วนบัญชาการ ทอ.สหรัฐ ฯ ได้เริ่มต้น รณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุโดยจัดให้มีกำหนดการนิรภัยภาคพื้นขึ้น และประสบผลสำเร็จ เมื่ออัตราของอุบัติเหตุลดลงอย่างน่าพอใจ

ในปี ค.ศ.๑๙๔๙ ได้นำเรื่องนี้ขึ้นศึกษา ปรากฏว่าในช่วงระยะเวลา ๒ ปี ที่ได้กำหนดการนิรภัยภาคพื้นผลการเปรียบเทียบปรากฏให้เห็นว่า "ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมนิรภัยภาคพื้น ๑ ดอลลาร์ สามารถลดค่าสูญเสียที่จะต้องเสียไปเพราะการเกิดอุบัติเหตุได้ ๙ ดอลลาร์"

จากข้อมูลข้างต้นเราคงได้ทราบถึง ความคุ้มค่าและความสำคัญเบื้องต้นที่ได้รับจากเรื่องของนิรภัยไปแล้ว บทความที่จะนำเสนอเกี่ยวกับนิรภัยการบินเป็นตอนแรกก็คือ นิรภัยภาคพื้น เรามาดูความหมายของ นิรภัยภาคพื้น ว่าหมายถึงอะไร กันก่อนนะครับ 

  • นิรภัย หมายถึง การพิทักษ์รักษาชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุ
  • นิรภัยภาคพื้น หมายถึง การพิทักษ์รักษาชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุภาคพื้น 

วิวัฒนาการและประวัติความเป็นมาของกิจการนิรภัยภาคพื้น

วิวัฒนาการของกิจการนิรภัยภาคพื้น เริ่มต้นจากความคิดของมนุษย์นั่นเอง เพราะความอยู่รอดปลอดภัยเป็นความต้องการอย่างหนึ่งของมนุษย์ ฉะนั้น เมื่อมนุษย์รู้ว่าสิ่งใดที่เป็นอันตรายอันอาจนำความเจ็บปวด ความสูญเสียมาสู่เขา เขาจะพยายามหาวิธีการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงจากอันตรายนั้น ๆ โดยวิธีการต่าง ๆ จากประสบการณ์ที่เคยได้รับ เป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติที่สอนมนุษย์ให้หาวิธีการทำให้ตนเองและหมู่คณะรอดพ้นจากอันตราย แต่มิได้มีการบันทึกเป็นหลักฐานไว้ ดร.มอสโลว์ นักจิตวิทยาได้ให้ข้อคิดว่า ความต้องการของมนุษย์นั้นสามารถแบ่งออกเป็นขั้น ๆ ได้ ซึ่งในการดำรงชีวิต มีลำดับความสำคัญความต้องการของมนุษย์ ดังนี้

  • ขั้นที่ 1 ต้องการปัจจัย 4
  • ขั้นที่ 2 ต้องการความปลอดภัย
  • ขั้นที่ 3 ต้องการสังคมกับผู้อื่น
  • ขั้นที่ 4 ต้องการได้รับการยกย่องนับถือ
  • ขั้นที่ 5 ต้องการให้ตัวเองมีชื่อเสียง หรือ เอาความเห็นตัวเองให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม 

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุมิได้เกิดขึ้นเพราะเคราะห์กรรมหรือโชคชะตาหรือเพราะเหตุบังเอิญ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกครั้งหากพิจารณาดูให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จะพบว่า มีสาเหตุที่แท้จริงอยู่ ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไข หรือป้องกันได้ ในการป้องกันอุบัติเหตุที่ถูกวิธีและได้ผลนั้น จะต้องมีการกำหนดโครงการ และแผนงานไว้ในการป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งจะต้องรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน เพราะถ้าไปป้องกันปลายเหตุแล้วอุบัติเหตุนั้นก็จะยังคงมีอยู่ และก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำขึ้นอีก สาเหตุของอุบัติเหตุที่สำคัญมี 3 ประการ คือ 

  1. สาเหตุที่เกิดจากคน ซึ่งจะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น มีความรู้น้อย ไม่ทันกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย มีเจตนคติหรือนิสัยที่ไม่ถูกต้อง เช่น ประมาท ขาดความรอบคอบ เกียจคร้าน ดื้อรั้น ไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ มีพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยซึ่งหมายถึง ความประพฤติหรือการปฏิบัติหรือการกระทำของคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม และประการสุดท้าย ก็คือ มีทักษะไม่เพียงพอ ขาดความชำนาญหรือความสามารถในการปฏิบัติงาน เช่น ปฏิบัติงานขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย มึนเมา หรืออารมณ์ผิดปกติ โดยเฉพาะการดื่มสุรา เครื่องดองของเมา เป็นต้น
  2. สาเหตุที่เกิดจากวัตถุ ซึ่งหมายถึง สิ่งประดิษฐ์ทั้งหลายที่มนุษย์คิดสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยคุณประโยชน์ให้แก่มวลมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้มนุษย์ประสบอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกโอกาสและทุกสถานที่ อาจจะเกิดขึ้นเพราะการออกแบบไม่ดี สร้างไม่ถูกต้อง ตลอดจนการใช้สอยไม่เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่ได้กำหนดไว้ เป็นต้น
  3. สาเหตุที่เกิดจากสภาพแวดล้อมอันตราย เช่น สภาพของแสงสว่างที่ใช้ในการปฏิบัติงานไม่เพียงพอ สภาพถนนที่ลื่น ขรุขระ เป็นหลุม บ่อ สภาพของอากาศที่ร้อนอบอ้าวหรือหนาวเกินไป สภาพของพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีฝุ่นละออง ควันพิษ ตลอดจนสภาพของสังคมต่าง ๆ ก็มีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน 

การสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแต่ละครั้งไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือมากเพียงใด ย่อมมีผลทำให้เกิดการสูญเสียทั้งส่วนตัวและของทางราชการ การสูญเสียบางอย่างอาจจะประเมินค่าเป็นเงินได้ แต่การสูญเสียบางอย่างก็ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเงินได้ เช่น ความเศร้าโศกเสียใจ การสูญเสียจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ 

  1. การสูญเสียโดยตรง
  • การสูญเสียกำลังพล เช่น เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส ทุพพลภาพ พิการ
  • การสูญเสียทางวัตถุ เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์เสียหาย อากาศยานต้องจำหน่าย ยานพาหนะต้องซ่อมบำรุง อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ใช้งานไม่ได้ เป็นต้น
  1. การสูญเสียโดยอ้อม ส่วนใหญ่มักจะเป็นค่าความสูญเสียเกี่ยวกับเรื่อง "เวลา" เช่น เวลาในช่วงอุบัติเหตุ เวลาที่ต้องใช้ในการรักษาพยาบาล เวลาที่ญาติมิตรต้องดูแลเยี่ยมเยียน ความเศร้าโศกเสียใจ เกียรติยศ ชื่อเสียง ขวัญและกำลังใจ ค่าของการสูญเสียโดยอ้อมนี้มากกว่าค่าการสูญเสียโดยตรง คิดเป็น อัตราส่วน ๔ ต่อ ๑ หรืออาจกล่าวได้ง่าย ๆ ว่าค่าของการสูญเสียโดยตรง 1 ส่วน นั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าการสูญเสียโดยอ้อมจะสูงถึง 4 เท่า 

ตัวอย่างของการสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ

สรุปได้ดังนี้ 

  1. การสูญเสียกำลังพลเนื่องจากเสียชีวิตและบาดเจ็บ
  2. ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ
  3. ค่าใช้จ่ายเนื่องจากผู้อื่นต้องหยุดงานเพราะ
  • ความอยากรู้อยากเห็น
  • เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ
  • เพื่อช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บ
  1. ค่าใช้จ่ายสำหรับเวลาที่เพิ่มขึ้นของผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน ตลอดจน จนท.อื่น ๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
  • ช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บ
  • ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ
  • เตรียมมอบหมายงานของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้ผู้อื่นรับผิดชอบต่อไป
  • คัดเลือก ฝึก คนงานใหม่ขึ้นมาทดแทน
  • เตรียมรายงานอุบัติเหตุและวิเคราะห์หาสาเหตุของอุบัติเหตุ
  1. ค่าของการเสียเวลาของเจ้าหน้าที่ฝ่ายพยาบาล ในการดูแลรักษาพยาบาล
  2. ค่าใช้จ่ายที่เสียไปเนื่องจากเครื่องมือ เครื่องจักร และทรัพย์สินต่าง ๆ ชำรุดเสียหายหรือถูกทำลาย
  3. ค่าใช้จ่ายที่ทางราชการจ่ายชดเชยเพื่อขวัญกำลังใจ และสวัสดิการของผู้ประสบอุบัติเหตุ
  4. ค่าสูญเสียที่ตามมาคือ ข้อขัดข้องของหน่วยที่ไม่สามารถผลิตหรือปฏิบัติได้ตามแผน
  5. ค่าใช้จ่ายที่เสียเพราะเครื่องจักร ว่าง ไม่มีคนปฏิบัติงาน เพราะผู้ปฏิบัติงานเดิมประสบอุบัติเหตุ
  6. ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยไม่มีผลงานเป็นสิ่งตอบแทน
  7. ค่าของความเศร้าโศกเสียใจ เกียรติยศ ชื่อเสียง ขวัญและกำลังใจของผู้ประสบอุบัติเหตุและผู้เกี่ยวข้อง 

การป้องกันอุบัติเหตุภาคพื้น

สาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการปฏิบัติที่ไม่ปลอดภัยของบุคคล และสภาพที่ไม่ปลอดภัยของสภาพแวดล้อม การปฏิบัติที่ไม่ปลอดภัย เกิดจากองค์ประกอบภายในของแต่ละบุคคล สิ่งแวดล้อมทางสังคม รวมทั้งองค์ประกอบของระบบงาน ซึ่งวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ คือ การกำจัดการปฏิบัติที่ไม่ปลอดภัยและสภาพที่ไม่ปลอดภัย โดยตรวจสอบองค์ประกอบของระบบงานทั้งด้านบุคคล วัสดุ สิ่งแวดล้อม และการจัดดำเนินงาน โดยมีแนวทางการปฏิบัติเป็นขั้นตอน ดังนี้

  1. การรวบรวมข้อมูล เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุและองค์ประกอบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาข้อมูลจากการตรวจนิรภัย การวิเคราะห์หาสาเหตุอุบัติเหตุและการรายงานต่าง ๆ รวมทั้งข่าวสารข้อมูลด้านบุคคล พัสดุอุปกรณ์ การจัดดำเนินงานและสภาพแวดล้อม
  2. การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อต้องการทราบสาเหตุและองค์ประกอบของอุบัติเหตุว่า องค์ประกอบใดบ้างที่มีผลทำให้เกิดการกระทำหรือสภาพที่ไม่ปลอดภัย และส่วนใดของระบบงานที่เป็นจุดอ่อนอันเป็นสาเหตุและองค์ประกอบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กัน และทำให้เกิดอุบัติเหตุในทำนองเดียวกัน
  3. เลือกข้อเสนอแนะการแก้ไข โดยทั่วไปเป็นการใช้วิธีการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจเลือกหนทางปฏิบัติตามองค์ประกอบของระบบงาน ดังนี้
  • การแก้ไขทางด้านวิศวกรรม เป็นการปรับปรุงแก้ไขโดยแผนแบบใหม่ การแก้ไขกระบวนการปฏิบัติ การเปลี่ยนทดแทนและการซ่อม รวมทั้งการปรับปรุงรูปร่างชิ้นส่วนและการทำงานของเครื่องกลเครื่องจักรและอื่น ๆ
  • การแก้ไขด้านรายการปฏิบัติและคำแนะนำ โดยการปรับปรุงแก้ไขวิธีการหรือขั้นตอนของการปฏิบัติ ได้แก่ ระเบียบ คำสั่ง คู่มือ คำแนะนำ ระเบียบปฏิบัติประจำ (รปป.) การกำหนดและจำกัดขอบเขตการใช้งาน กำหนดรายการตรวจ และระยะเวลาในการตรวจ รวมถึงแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่หน่วยในทุกสายวิทยาการได้กำหนดขึ้นไว้ให้ปฏิบัติ
  • การแก้ไขด้านบุคคล เป็นการฝึกอบรมให้มีความรู้ การจูงใจหรือการกระตุ้น การกำหนดความรับผิดชอบ การให้บริการด้านการแพทย์ รวมทั้งการส่งเสริมด้านสวัสดิการ และขวัญกำลังใจ
  • การเลือกข้อเสนอแนะตามองค์ประกอบของระบบงาน เป็นการพิจารณาใช้มาตรฐานหรือมาตรการที่กำหนดไว้แล้ว หรือพิจารณากำหนดขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ จนท.มากยิ่งขึ้น
  1. การดำเนินการแก้ไข ดำเนินการโดยหน่วยหรือผู้ปฏิบัติในสายการบังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กำหนดนโยบาย กำหนดความรับผิดชอบ สั่งการแก้ไข และส่งเสริมให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
  2. การติดตามผล เป็นการวัดผลการปฏิบัติว่าทำให้อัตราอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและความเสียหายลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างไร โดยอาศัยการติดตาม ตรวจสอบระบบงาน การตรวจ และการประเมินผล รวมทั้งการบันทึก และวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ทันต่อเหตุการณ์ 

หลักการนิรภัยภาคพื้น

หลักกว้าง ๆ ของการนิรภัยภาคพื้น หรือหลักในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยพื้นฐาน มีดังนี้คือ

  1. หลีกเลี่ยง คือ การไม่นำตัวและทรัพย์สินเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เห็นว่าน่าจะเกิดอันตรายหรือน่าจะเกิดอุบัติเหตุ บุคคลควรจะต้องฝึกหัดนิสัยให้รอบคอบ และมีความระมัดระวังอยู่เสมอ อุบัติเหตุและความเสียหายก็จะไม่เกิดขึ้นกับบุคคลและทรัพย์สินของบุคคลนั้น ๆ
  2. กำจัด คือ การกำจัดหรือแก้ไขสิ่งที่เห็นว่าน่าจะเกิดอันตรายโดยถูกวิธี เมื่อใครก็ตามที่ได้พบเห็นสิ่งที่ส่อว่าน่าจะทำให้เกิดอันตรายได้ในโอกาสข้างหน้า ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ควรจะได้ลงมือเพื่อการแก้ไขและควรกำจัดสิ่งนั้นเสียด้วยการใช้ความรู้และการพิจารณาอย่างถ่องแท้ เพราะถ้าทำผิดวิธีก็เท่ากับเร่งอุบัติเหตุให้เกิดขึ้น ถ้าบุคคลที่พบเห็นสิ่งที่ส่อว่าจะเกิดอันตรายและไม่ทราบว่าจะทำการแก้ไขอย่างไรหรือไม่มีอุปกรณ์สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไข การปฏิบัติที่ถูกวิธีก็คือ รายงานให้เจ้าหน้าที่นิรภัยของหน่วยนั้นทราบ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขหรือกำจัดอันตรายให้หมดไป อุบัติเหตุจากสิ่งนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น
  3. ห้ามและป้องกัน โดยการเตือนหรือห้ามบุคคลเข้าใกล้หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เห็นว่าน่าจะเกิดอันตรายหรือจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ในโอกาสที่กำจัดสิ่งอันตรายนั้นไม่ได้ด้วยตนเอง หรือการกำจัดสิ่งนั้นยังไม่เสร็จสิ้น ข้อนี้เป็นการเตือนภัยต่อบุคคลอื่น ๆ มิให้ได้รับผลร้ายจากอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้หมายรวมถึงการศึกษาให้ความรู้เรื่องนิรภัยและการสอนนิรภัยด้วย 

"ความรับผิดชอบในการป้องกันอุบัติเหตุ เป็นหน้าที่ของทุก ๆ คนที่จะต้องช่วยกันป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน"

ขอบเขตงานนิรภัยภาคพื้น

ในการจำแนกงานนิรภัยภาคพื้นของหน่วยมีขอบเขตที่ต้องปฏิบัติในการควบคุม หรือกำจัดอันตรายด้านต่าง ๆ ให้ครอบคลุมภารกิจและการปฏิบัติงาน เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการดำเนินงานนิรภัยภาคพื้นซึ่งเกี่ยวกับลักษณะ และองค์ประกอบของงานที่เกี่ยวข้องกับสายวิทยาการ และมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป โดยได้จำแนกงานนิรภัยภาคพื้นออกเป็น 7 สาขา ดังนี้

  1. นิรภัยอุตสาหการ คือ ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การซ่อมสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติภายในโรงงาน มีขอบเขตดังนี้
  • สภาพความปลอดภัยของเครื่องมืออุปกรณ์ การติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องกล เครื่องจักร รวมทั้งสภาพทั่วไปของที่ปฏิบัติงาน
  • การปฏิบัติงานของบุคคลตามคำแนะนำและรายการปฏิบัติ รวมทั้งการใช้บริภัณฑ์ป้องกันอันตรายสำหรับบุคคล
  • ความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัย ในการควบคุมอันตรายจากการปฏิบัติงานและสภาพสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในเรื่องของ แสง/การส่องสว่าง เสียง การสั่นสะเทือน ความร้อน ฝุ่น/ละออง กัมมันตภาพรังสี ความกดดันบรรยากาศ กลิ่น/มลภาวะเป็นพิษ/สิ่งปฏิกูล การระบายอากาศ ควัน ไอระเหย และอื่น ๆ
  • การปฏิบัติงานของบุคคลและการป้องกันอันตรายที่เกี่ยวข้องกับ นิวเคลียร์ ชีวะและเคมี รวมถึงวัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้อง
  1. นิรภัยอากาศยานและลานจอด คือ ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานและลานจอดรวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีขอบเขตดังนี้
  • ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับอากาศยาน การซ่อมบำรุงอากาศยาน การบริการลานจอด และการควบคุมกำกับดูแล
  • สภาพความปลอดภัยของบริภัณฑ์ภาคพื้นที่ใช้กับอากาศยาน รวมทั้งคำแนะนำและรายการปฏิบัติ
  • สภาพความปลอดภัยในโรงเก็บ บริเวณลานจอดหรือในพื้นที่อื่น ๆ และการกำจัดวัสดุแปลกปลอม รวมทั้งการปฏิบัติต่าง ๆ ที่ไม่ใช่การปฏิบัติในขณะตั้งใจทำการบิน
  1. นิรภัยสาธารณูปการ คือ ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับอาคารสถานที่ วัตถุสิ่งก่อสร้างนอกอาคาร การบูรณะรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้งประจำอาคาร รวมทั้งการจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มีขอบเขตดังนี้
  • สภาพความปลอดภัยในการปฏิบัติงานระหว่างการก่อสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้างอื่น ๆและสภาพความปลอดภัยหลังการก่อสร้าง
  • ความปลอดภัยการใช้งาน และการบูรณะรักษาอาคาร อุปกรณ์ภายในอาคารวัตถุสิ่งก่อสร้างนอกอาคาร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  1. นิรภัยการป้องกันอัคคีภัย คือ ความปลอดภัยในการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันเพลิงไหม้ มีขอบเขตดังนี้
  • ความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ในการดับเพลิงขั้นต้น รวมทั้งอุปกรณ์ในระบบดับเพลิงที่ติดตั้งประจำอาคาร
  • สภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการเก็บรักษาวัตถุไวไฟ สารเคมีหรือวัสดุที่ติดไฟง่าย
  • การปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ใช้ไฟฟ้า รวมทั้งวัตถุไวไฟ สารเคมีและวัสดุที่ติดไฟง่าย
  • แผนการป้องกันและการปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้
  1. นิรภัยการสรรพาวุธ คือ ความปลอดภัยในการปฏิบัติที่เกี่ยวกับ อาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดและไพโรเทคนิค มีขอบเขตดังนี้
  • ความปลอดภัยในการเก็บรักษา การแยกประเภทของกระสุน วัตถุระเบิด ไพโรเทคนิค ระยะอันตราย สิ่งป้องกันอันตราย สัญลักษณ์แจ้งเตือนอันตราย
  • การปฏิบัติงานของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การสรรพาวุธและบริภัณฑ์ในการบริการการบรรจุหีบห่อ การเคลื่อนย้าย การลำเลียงขนส่ง การบรรจุลงภาชนะ การถอดประกอบ การติดตั้งและถอดถอน การทำลายและการใช้บริภัณฑ์ป้องกันอันตรายสำหรับบุคคล รวมทั้งคำแนะนำและรายการปฏิบัติต่าง ๆ
  • สภาพแวดล้อมและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่มีผลกรทบต่อความปลอดภัย
  1. นิรภัยการจราจร คือ ความปลอดภัยในการปฏิบัติที่เกี่ยวกับการจราจร มีขอบเขตดังนี้
  • สภาพยานพาหนะ เครื่องอุปกรณ์ช่วยในการขับขี่ ทางสัญจร สัญญาณและเครื่องหมายจราจร
  • การใช้ยานพาหนะและบริภัณฑ์ป้องกันอันตรายสำหรับบุคคล คุณสมบัติและความรู้ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ การปฏิบัติตามกฎจราจร รวมถึงการใช้มาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันอุบัติเหตุ
  • สภาพแวดล้อมและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัย
  1. นิรภัยทั่วไป คือ ความปลอดภัยเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่ไม่อยู่ในขอบเขตงานนิรภัยสาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่สนับสนุนภารกิจของกองทัพอากาศ รวมถึงภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากธรรมชาติ มีขอบเขต ดังนี้
  • ความปลอดภัยของสภาพอุปกรณ์ และการปฏิบัติในกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่สนับสนุนภารกิจของหน่วย
  • มาตรการและการปฏิบัติที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติต่าง ๆ

Article

หากคุณเป็นคนนึงที่โดยสารด้วยเครื่องบินบ่อยๆ น่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของนักบินที่กล่าวแก่ผู้โดยสารก่อนเครื่องลงว่า “ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดของคุณได้หมดลงไปแล้ว” นั่นไม่ได้เป็นเพียงการโอ้อวดของนักบินเท่านั้น แต่มันเป็นความจริงที่สุด ที่ว่า ผู้ที่โดยสารทางเครื่องบินจะได้รับช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุด เพราะหลังจากที่คุณก้าวเท้าลงจากเครื่องแล้ว คุณอาจต้องโดยสาร Taxi เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายของคุณ ลอ

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน)

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน)

 

1.อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี 

2.ถือ MEDICAL CERTIFICATE CLASS 1 

3.มีความรู้เกี่ยวกับวิชาการบินและกฎหมายการบินทั่ว ๆ ไป 

4.ประสบการณ์ชั่วโมงบิน

 

พายุฟ้าคะนองกับผลกระทบต่อการบิน

พายุฟ้าคะนองเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อเครื่องบินที่กำลังทำการบินอยู่ในอากาศทั้งในขณะบินอยู่ในเส้นทางบิน หรือขณะบินขึ้น-ลงสนามบิน เพราะในพายุฟ้าคะนองมีสภาวะอากาศที่เลวร้ายที่สุด มีลมกระโชกรุนแรง มีกระแสอากาศพัดขึ้น-ลงรุนแรงทำให้เครื่องบินที่บินผ่านเข้าไป หรือบินอยู่ใกล้เคียงได้รับความปั่นป่วน กระเทือน รู้สึกถูกกระแทก  ทำให้ความสูงของเครื่องบินเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งที่นักบินไม่สามารถรักษาระดับบินไว้ได้เป็นเหตุให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกมาแล้วมากมาย

 My first FLIGHT as a pilot, experience of a life time.

 

วันนี้ เป็นวันที่น่าตื่นเต้น จนต้องเขียนบันทึกเอาไว้ เพราะเป็นวันที่ผมได้ขึ้นบินในฐานะนักบินเป็นครั้งแรกในชีวิต!

What is Aviation Medicine ?

ปัจจุบันการเดินทางที่สะดวกปลอดภัยและรวดเร็วคือ การเดินทางโดยทางอากาศ ด้วยเครื่องบิน จากสถิติพบว่า มีผู้โดยสารเครื่องบินจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้โลกเราทุกวันนี้แคบลง วิวัฒนาการด้านการบินได้เจริญรุดหน้าไปอย่างมาก วิศวกรสามารถประดิษฐ์และพัฒนาอากาศยานให้ล้ำหน้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์เราจะทนทานหรือปรับตัวได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยวิชาการด้านการแพทย์โดยเฉพาะเวชศาสตร์การบิน (Aviation medicine) เข้ามาช่วยปรับปรุงประยุกต์และพัฒนา

International Aviation College, Nakhon Phanom University. contact Information