My first FLIGHT as a pilot, experience of a life time.

 

วันนี้ เป็นวันที่น่าตื่นเต้น จนต้องเขียนบันทึกเอาไว้ เพราะเป็นวันที่ผมได้ขึ้นบินในฐานะนักบินเป็นครั้งแรกในชีวิต!

ตารางบินตามกำหนด คือ 11:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการบิน และเป็นวันแรกที่จะได้เจอครูผู้ฝึกบินอย่างเป็นทางการ ผมจึงเลือกที่จะตื่นเช้าด้วยอารมณ์ที่สดใส รับประทานข้าวเช้าให้เต็มอิ่ม เติมพลังงานให้กับร่างกาย แต่ก็ไม่วาย มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเกิดขึ้นตั้งแต่เช้า เมื่อรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจรนายหนึ่งเกิดล้มคว่ำเนื่องจากต้องทำการหลบจักรยานยนต์อีกคันที่วิ่งตัดหน้า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าโรงแรม หน้าที่กินข้าวพอดิบพอดี ดูเป็นภาพที่ดีจริง ๆ สำหรับการบินวันแรก T T

แต่ไม่ได้ เราจะไม่ปล่อยให้ภาพเหล่านั้นมาก่อกวนความตื่นเต้นและกระตือรือร้นของเราได้ ยังไงวันนี้ก็ต้องเป็นวันที่ดี ดูจากสภาพอากาศเสียก่อน แจ่มใส มีเมฆบ้างแต่ไม่ใช่ปัญหา ทุกอย่างในวันนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นใจ

เวลา 8.30 เป็นเวลาที่นัดรถตู้เพื่อจะไปยังโรงเรียนฝึก ผมและเพื่อนร่วมสายอีกสามคน ลงมาขึ้นรถอย่างพร้อมเพรียง สายที่ว่า หมายถึงสายครู เพราะศิษย์แต่ละคนจะเรียนกับครูประจำของตนเอง แยกกันไป พวกผม (ผม พี่พี พี่ยุทธ และน้องกอล์ฟ) เรียนกับครูแดง ครูที่เกษียณอายุมาจากบริษัทการบินไทยในฐานะกัปตัน มีชั่วโมงบินมากกว่า 30000 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ครูเดินมาบนสายอาชีพนี้ แค่ข้อมูลเหล่านี้ก็สร้างความมั่นใจให้กับพวกผมได้ ว่าเราจะต้องได้รับความรู้และเทคนิคที่ดีในการบิน 

เมื่อมาถึงที่โรงเรียน ครูได้มาถึงแล้ว พวกเราได้เตรียมพวงมาลัยมาหนึ่งพวง เพื่อเป็นการไหว้และฝากเนื้อฝากตัวกับครู พวกเราก็เข้าแนะนำตัวเองว่าเป็นศิษย์ทั้งสี่ที่จะเรียนกับครูแดง และมอบมาลัยนั้นแบบพอเป็นพิธีเล็ก ๆ และเป็นกันเอง 

เมื่อทำพิธีเสร็จ ครูแดงก็มานั่งสอนอะไรเล็กน้อย เป็นการปูพื้นฐานให้กับพวกเราที่เรียกได้ว่าแทบไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการขับเครื่องบิน ครูแดงสอนสิ่งต่าง ๆ แบบพอให้จำได้ แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็มีมากมายเกินกว่าจะจำได้ในเวลาไม่กี่นาที คงต้องให้เวลากันแหละ นอกจากการสอนการแนะนำอะไรต่าง ๆ พวกเรายังได้ทำการแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ครูได้รู้สึก และทำความคุ้นเคยกันมากขึ้น 

คุยกันสอนกันพอคร่าว ๆ ก็เกือบถึงเวลาที่ศิษย์คนแรกจะได้ประเดิม (ไม่ไช่ผม แต่เป็นพี่พี) พวกเราทั้งสี่จึงลงไปตรวจสภาพเครื่องก่อนทำการบิน การตรวจสภาพเครื่องเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างละเอียด และตรวจเช็คทุกอย่างทั้งด้านในและด้านนอก เริ่มจากการตรวจ log book ว่ามีอะไรที่ต้องรู้ไว้ก่อนหรือไม่ และจากนั้นก็เช็คด้านใน เช็ค stall warning (stall คือการที่เครื่องบินสูญเสียแรงยก ซึ่งจะเป็นอันตรายมากหากเกิดขึ้นขณะบินอยู่) เช็ค control surface ทั้งสาม และจากนั้นก็เช็คสภาพเครื่องตั้งแต่ล้อซ้าย ปีกซ้าย ถังน้ำมัน ไฟสัญญาณ aileron ตัวเครื่อง rudder elevator static tube ปีกขวา ล้อขวา ใบพัด น้ำมันเครื่องยนต์ ระบบไฟ และอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย ตาม check list ที่ระบุไว้ 

เมื่อตรวจสอบทุกอย่างเสร็จ พวกเราก็ถอย ปล่อยให้พี่พีได้เตรียมขึ้นบิน 

เวลาบินของพี่พีประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั้นพวกเราก็นั่งอยู่ในห้อง operation ฟังการโต้ตอบระหว่างเครื่องบินของพี่พีกับหอบังคับการ และอวยพรให้พี่พีบินได้ดีและปลอดภัย เมื่อเครื่องขึ้น พวกเราก็รอกันไป ผมซึ่งเป็นคนต่อไป ก็เริ่มมีอาการตื่นเต้น 

เวลาผ่านไป พี่พีกำลังบินกลับมา คนที่บินต่อนั้น ที่จริงมีหน้าที่ต้องไปต้อนรับการกลับมาของเพื่อน โดยการเอาน้ำไปให้กับทั้งเพื่อนและครูที่เหน็ดเหนื่อยกับการบิน เมื่อเอาน้ำไปให้ ก็ได้รู้ว่าพี่พีมีอาการเมาเครื่องเล็กน้อย ก็ทำให้ผมเริ่มกลัว ๆ นิด ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดกับเราด้วยรึเปล่า หลังจากพี่พีลงมาเราก็เดินกลับไปที่ห้องพัก ผมก็เตรียมตัวเพื่อจะได้บินต่อ เวลามันใกล้เข้ามาแล้วสินะ

ถึงตาผมละ ดำเนินขั้นตอนเหมือนตอนเช้า คือตรวจสภาพเครื่องอีกรอบ เป็นความมั่นใจว่าเครื่องไม่มีปัญหาหลังการใช้งาน เมื่อขั้นตอนเสร็จสิ้น ก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง เครื่องบินนี้เป็นเครื่องบินเล็ก ประเภท DA40 ที่นั่งด้านในเรียกว่าพอดีตัวมาก ๆ ขั้นแรกหลังจากที่ขึ้นไปนั่ง คือการปรับที่เหยียบ rudder เพื่อให้พอดีกับความยาวขาของตัวเอง และก็ดำเนินขั้นตอนตาม check list ที่ยาวเหยียด เรียกว่า กว่าจะได้ขึ้นบินก็นั่งอยู่ในเครื่องอย่างนั้นไป 20 นาทีได้

เอาหล่ะ ทุกอย่างพร้อมแล้ว ได้เวลา taxi เครื่องออกไปรอที่ runway ขั้นแรกก็ต้องติดต่อ Ground Service เพื่อขออนุญาต taxi นั่นเอง ขอเสร็จจึงเริ่ม taxi ออกไป การบังคับเครื่องบินเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก และแตกต่างไปจากการขับรถโดยสิ้นเชิง การควบคุมซ้ายขวาเกิดขึ้นจากเท้าทั้งสอง ไม่ใช่พวงมาลัย การขับเคลื่อนไปข้างหน้าเกิดจากการเปิดปิด power lever ด้วยมือ ไม่ใช่การเหยียบคันเร่ง ทุกอย่างสลับกันไปหมด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ ปัญหาคือการบังคับเครื่องให้เคลื่อนที่ไปตรง ๆ ตามเส้น เพราะมันช่างยากเหลือเกิน ไหนจะ resultant torque ที่จะทำให้เครื่องเลี้ยวซ้ายตลอดเวลา ไหนจะมีลมปะทะที่จะทำให้เครื่องเป๋ไปเป๋มาได้อีก เรียกได้ว่า การ taxi ครั้งแรกของผม เลื้อยเป็นงูเลยครับ ฮา ๆ (แต่ก็มีบางช่วงที่ตรงบ้างนะ)

และตอนนี้เราก็มาถึง holding point ก็ต้องทำการขออนุญาตเข้า runway อีก และเมื่อเข้า runway แล้ว ความตื่นเต้นก็เพิ่มขึ้นมา จากตรงนี้ไม่มีหันหลังกลับแล้ว มีแต่เส้นทางข้างหน้าและฟ้าเบื้องบน ครูบอกว่าการ take off มีสองแบบ คือ Power กับ Rolling ครูได้ลอง power ให้ดู คือการเร่งเครื่องสูงสุดในขณะที่ยังใส่เบรคไว้ และจะปล่อยเมื่อเครื่องเร่งเต็มที่ (ซึ่งเป็นอะไรที่ดูน่ากลัวมาก) แต่ครั้งนี้เราจะ take off กันแบบ rolling คือค่อย ๆ ปล่อยไหลไปเรื่อย ๆ และเร่งเครื่องขึ้นจนถึงจุดสูงสุด จึงดึง stick เชิดหัวขึ้น 

วินาทีที่ล้อพ้นพื้น เป็นวินาทีที่รู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกดีแบบสุด ๆ เราจะลอยขึ้นมาด้วยมือของเราเอง แต่วางใจไม่ได้ต้องมีสมาธิตลอดเวลา ต้องคอยดู heading ของเครื่อง ดู attitude ว่าเครื่องปีนขึ้นด้วยมุมที่เหมาะสมรึเปล่า ดู vertical speed ว่าโอเคมั้ย และดู altitude หรือความสูงที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเวลานี้ผมยังไม่กล้าหันหน้าออกไปข้างนอก เพราะสิ่งที่ต้องคอยดู คอยคุมไว้มีเยอะมากมาย นี่ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง หลาย ๆ ส่วนครูยังเป็นคนจัดการให้ รวมถึงการติดต่อกับหอบังคับการ ทำให้เรารู้สึกว่า multitasking เป็นอะไรที่จำเป็นและยากกว่าที่คิดเยอะเมื่อมาเจอกับของจริง ใจนึงก็เริ่มหวั่น ว่าเมื่อถึงเวลาต้อง solo เราจะทำทุกอย่างเองได้จริง ๆ หรือ แต่อีกใจหนึ่งก็ฟิตสู้ ถ้าเราขยันกว่านี้ เราต้องทำได้สิน่า 

ภารกิจวันนี้คือการบินไป trainging area 2 ซึ่งอยู่ทางใต้ของสนามบิน ก่อนไปถึง ต้องไปเช็คพ้อยท์ที่ point sierra ก่อน ซึ่งเป็นทะเลสาบรูปคล้าย ๆ พระจันทร์เสี้ยว การบินช่วงแรก ค่อนข้างแกว่งไปแกว่งมา เพราะยังไม่คุ้น การควบคุมต่าง ๆ ดูช่าง sensitive เหลือเกิน โดนนิดโดนหน่อยก็ไปแล้ว แต่ในเวลาไม่นาน ก็เริ่มพอที่จะจับทางได้ และสามารถบินได้นิ่งขึ้น เมื่อผ่าน point sierra เราก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นกับการควบคุมระบบต่าง ๆ แต่ก็ยังคงไม่วางใจ ไม่สามารถละสายตาจากหน้าปัดทั้งหลายได้ บินมาจนถึง area 2 ก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น ครูก็บอกว่าให้ลองมองไปด้านนอกบ้าง เทียบขอบฟ้ากับตัวเครื่องว่าเอียงมั้ย เห็นจุดไหน เห็นอะไรบ้าง พยายามอย่ามองแต่หน้าปัด แต่ทันทีที่มองไปข้างนอกครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนเสียการควบคุมไป ฮา ๆ เรื่องอย่างนี้ยังต้องฝึกต่อไป พอถึงที่ฝึก ครูก็ให้ลองขับวนไปวนมา เปลี่ยน heading ไปทางนู้นทีทางนี้ที ซึ่งถึงจุดนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ยากแล้ว เริ่มรู้สึกว่าเอาอยู่ บางครั้งบินนิ่ง ๆ นิ่ม ๆ ครูก็ชมว่าดี (เป็นช่วงที่รู้สึกดีใจมาก ว่าอย่างน้อยเราก็ทำได้โอเค) :D

แต่ก็มีอยู่ครั้งนึงที่ปรับ trim พลาด โดยปกติแล้ว trim จะเป็นตัวช่วยผ่อนแรงให้เรา โดยจะช่วยให้เครื่องบินนิ่งถึงแม้เราจะไม่ได้จับ stick ควบคุมอยู่ก็ตาม แต่ครั้งนี้ trim พลาดจริง ๆ trim ไปผิดทาง ทำให้ยิ่งเพิ่มโหลดให้กับตัวเอง แล้วก็ยิ่งงงว่าเราก็พยายามบังคับแล้ว ทำไมมันไม่ได้ดั่งใจ พอครูบอกว่า trim พอได้รึเปล่า ไหนลองปล่อยมือสิ เท่านั้นแหละ เมื่อปล่อยมือจาก stick เครื่องก็เริ่มหัวทิ่มทันที เห้ย ที่เรา trim ผิดทางมาตลอดเหรอเนี่ย ตายละ วินาทีที่เครื่องหัวทิ่มนั้น เป็นวินาทีที่ช็อคมาก เครื่องวูบไปเสี้ยววิ แต่ก็ทำให้เราใจหายไปได้เลย การบินเนี่ย สนุกแต่ก็อันตรายจริง ๆ 

พอวนไปเวียนมาจนเป็นที่พอใจของครู ครูก็บอกให้บินกลับ ผมก็ทำได้โอเคนะ รักษาระดับและเส้นทางได้ระดับหนึ่ง เมื่อเริ่มเห็น runway ครูก็ให้เริ่มขั้นตอนการ landing แต่ไม่ได้ landing เฉย ๆ เพราะมันเป็นการ touch and go คือลงแตะพื้นและเร่งเครื่องบินขึ้นไปใหม่ ครั้งแรกในการ landing แน่นอน ครูต้องเป็นคนทำอยู่แล้ว โดยที่ผมก็คลอ ๆ ไปให้รู้ feeling ขั้นตอนทั้งหลายมีค่อนข้างเยอะ ต้องกดหัวเครื่องลงจนใกล้ถึงพื้น และจึงเชิดหัวขึ้นจน stall warning ดัง ปล่อยมันไป เพราะเครื่องก็จะเริ่มลดระดับลงจนถึงพื้นโดยปลอดภัยพอดี พอลงมาจนถึงพื้นได้ก็เป็นความรู้สึกที่โล่งและดีใจมาก ว่าเราได้ทำการบินได้แล้ว 1 land 

แต่ยัง ยังไม่จบ พอล้อแตะพื้น พวกเราก็เร่งเครื่องบินขึ้นไปต่อทันที แล้วก็บินวนเข้า circuit เพื่อกลับมา landing ใหม่ ไอ้ผมก็นึกว่าจะ land จริง ๆ แล้ว ปรากฏไม่ใช่ touch and go อีกรอบ ก็ดีครับ รอบนี้เริ่มอยากลองบังคับเอง แต่ก็เกาะครูไปก่อน ครูยังคงทำให้เป็นส่วนใหญ่มาก ๆ อยู่ ลงมาและก็ขึ้นไปอีกรอบ เริ่มสนุก แต่ก็เริ่มมึนละ ออกอาการเริ่มเมานิด ๆ ฮา ๆ วนกลับมาลงอีกรอบ แต่ครูแดงยังไม่พอ จัด touch and go อีก รอบนี้ครูค่อนข้างปล่อยให้ผมเริ่มควบคุมการ landing เองมากขึ้น เราก็เริ่มสนุก การ landing ก็เป็นไปได้ด้วยดี แต่รอบนี้ผมใจร้อนไปหน่อย รีบเชิดหัวขึ้นมากเกินไป จากที่เครื่องควรจะ stall และลงพื้น กลายเป็นเครื่องเริ่ม airbourne ขึ้นไปอีก ครูต้องรีบบอกว่าใจเย็น แล้วกดหัวลงก่อน แต่ก็ลงไปได้อยู่ดี ลงเสร็จขึ้นก็อีกที วนกลับไปใหม่ และคราวนี้ ครูเหมือนจะพอใจแล้ว ให้ land และ full stop เสียที การ landing รอบนี้ ครูค่อนข้างปล่อยมากขึ้นอีก ผมก็เริ่มควบคุมได้ แต่ก็ยังไม่แม่น ตอนแรกก็อยู่เหนือ guide slope มากไป ก็ค่อย ๆ ปรับเอา แล้วก็ลงมาได้อย่างสวัสดิภาพ

ลงมาถึง ก็ taxi ออก runway ทำ check list ต่าง ๆ หลังเครื่องลง และ taxi เครื่องกลับไปยังที่จอด เช็คนู่นเช็คนี่อีกที และทำการดับเครื่อง เปิดฝาเครื่องออกรับลมเย็น ๆ ที่พัดมาปะทะหน้า ปัดเป่าความเกร็ง (ที่ยังมีอยู่) และความเหนื่อยออกไป พี่พีเป็นคนเอาน้ำมาให้ การได้กินน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เมื่อกระบวนการทุกอย่างจบลง ก็ยกมือไหว้ขอบคุณครูแดงอีกที สำหรับบทเรียนเปลี่ยนชีวิตในวันนี้ 

สรุป วันนี้ขึ้นบินเวลา 12.10 และลงมา 13.40 เป็นเวลาบิน 1 ชั่วโมง 30 นาที 4 Landings

ประสบการณ์วันนี้ เป็นอะไรที่อยากจดจำไปชั่วชีวิต เป็นวันที่รอมานาน โดยเฉพาะช่วงสี่เดือนสุดท้าย และในที่สุดก็มาถึง ผมได้บินแล้ว ไม่ใช่ในฐานะผู้โดยสาร แต่ในฐานะนักบิน อาจมีเกร็งไป อาจมีมึนหัวบ้าง แต่ทุกอย่างต้องมีการปรับตัว พรุ่งนี้บินอีก บินตอนสิบโมง 

 

"ต้องทำให้ได้ดีกว่าเดิม"

ขอบคุณข้อมูลบทความ จาก  ศิษย์การบิน  พุทธิพงศ์  คงรอด MPL-6 

Article

หากคุณเป็นคนนึงที่โดยสารด้วยเครื่องบินบ่อยๆ น่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของนักบินที่กล่าวแก่ผู้โดยสารก่อนเครื่องลงว่า “ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดของคุณได้หมดลงไปแล้ว” นั่นไม่ได้เป็นเพียงการโอ้อวดของนักบินเท่านั้น แต่มันเป็นความจริงที่สุด ที่ว่า ผู้ที่โดยสารทางเครื่องบินจะได้รับช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุด เพราะหลังจากที่คุณก้าวเท้าลงจากเครื่องแล้ว คุณอาจต้องโดยสาร Taxi เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายของคุณ ลอ

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน)

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน)

 

1.อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี 

2.ถือ MEDICAL CERTIFICATE CLASS 1 

3.มีความรู้เกี่ยวกับวิชาการบินและกฎหมายการบินทั่ว ๆ ไป 

4.ประสบการณ์ชั่วโมงบิน

 

พายุฟ้าคะนองกับผลกระทบต่อการบิน

พายุฟ้าคะนองเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อเครื่องบินที่กำลังทำการบินอยู่ในอากาศทั้งในขณะบินอยู่ในเส้นทางบิน หรือขณะบินขึ้น-ลงสนามบิน เพราะในพายุฟ้าคะนองมีสภาวะอากาศที่เลวร้ายที่สุด มีลมกระโชกรุนแรง มีกระแสอากาศพัดขึ้น-ลงรุนแรงทำให้เครื่องบินที่บินผ่านเข้าไป หรือบินอยู่ใกล้เคียงได้รับความปั่นป่วน กระเทือน รู้สึกถูกกระแทก  ทำให้ความสูงของเครื่องบินเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งที่นักบินไม่สามารถรักษาระดับบินไว้ได้เป็นเหตุให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกมาแล้วมากมาย

 My first FLIGHT as a pilot, experience of a life time.

 

วันนี้ เป็นวันที่น่าตื่นเต้น จนต้องเขียนบันทึกเอาไว้ เพราะเป็นวันที่ผมได้ขึ้นบินในฐานะนักบินเป็นครั้งแรกในชีวิต!

What is Aviation Medicine ?

ปัจจุบันการเดินทางที่สะดวกปลอดภัยและรวดเร็วคือ การเดินทางโดยทางอากาศ ด้วยเครื่องบิน จากสถิติพบว่า มีผู้โดยสารเครื่องบินจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้โลกเราทุกวันนี้แคบลง วิวัฒนาการด้านการบินได้เจริญรุดหน้าไปอย่างมาก วิศวกรสามารถประดิษฐ์และพัฒนาอากาศยานให้ล้ำหน้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์เราจะทนทานหรือปรับตัวได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยวิชาการด้านการแพทย์โดยเฉพาะเวชศาสตร์การบิน (Aviation medicine) เข้ามาช่วยปรับปรุงประยุกต์และพัฒนา

International Aviation College, Nakhon Phanom University. contact Information